• ปรับขนาดตัวอักษร

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด

Office of Provincial Commercial Affairs Trat

“พาณิชย์”รับลูก“จุรินทร์”ทำยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใหม่ ตั้งเป้าดันไทย “ไบโอฮับ-เพิ่มมูลค่าภาคบริการ”

30 ก.ค. 2562 อ่าน [2]

...

สนค.รับลูกนโยบาย “จุรินทร์” เดินหน้าจัดทำยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใหม่ที่จะขับเคลื่อน ตั้งเป้าผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรมชีวภาพครบวงจร (ไบโอฮับ) และเพิ่มมูลค่าภาคบริการ วางเป้าไทยเป็นผู้ผลิต ผู้ค้าอาหารและผลิตภัณฑ์จากพืช สมุนไพร และสัตว์ของโลก พร้อมเพิ่มการผลิตพลังงานทางเลือก ส่วนภาคบริการ เล็งเพิ่มมูลค่าจากธุรกิจที่ไทยมีศักยภาพ ทั้งท่องเที่ยว โลจิสติกส์ การรักษา ความงาม ดิจิทัลคอนเทนต์ ยันหากทำได้ตามเป้า เศรษฐกิจไทยทั้งฐานรากและภาพรวมโตยั่งยืนแน่

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า สนค.อยู่ระหว่างการจัดทำยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใหม่ ที่อยากจะผลักดันให้ประเทศไทยก้าวไปเป็นผู้นำ ตามที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ได้สั่งการไว้ โดยเบื้องต้นจะเน้นใน 2 ด้าน คือ อุตสาหกรรมชีวภาพครบวงจร (ไบโอฮับ) และภาคบริการ ซึ่ง สนค.จะหารือกับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องก่อน หลังจากนั้นจะจัดทำบทสรุป แนวทาง ข้อเสนอแนะ คาดว่า จะนำเสนอรมว.พาณิชย์ได้ในเร็วๆ นี้

สำหรับไบโอฮับ ตั้งเป้าหมายให้ไทยเป็นผู้นำไบโอฮับแบบครบวงจร ที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตสินค้าเกษตรและอาหารเท่านั้น แต่ต้องเป็นผู้นำด้านการผลิตและการค้าอาหารโลก รวมถึงต้องเป็นผู้นำด้านการผลิตและการค้าสินค้าจากกลุ่มสมุนไพร และพืชอื่นๆ เช่น เครื่องสำอาง สบู่ ผลิตภัณฑ์สปา ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวสุขภาพและความงาม ยา บรรจุภัณฑ์สินค้าที่ผลิตจากพืช อย่าง มันสำปะหลัง เป็นต้น

“ต่อไปไทยจะไม่ใช่ผู้ผลิตอาหาร หรือสินค้าเกษตรป้อนโลก หรือเชี่ยวชาญเฉพาะอาหารไทย แต่ต้องมีการเชื่อมโยงเข้ากับภาคอุตสาหกรรม โดยนำผลผลิตมาแปรรูปเพิ่มมูลค่าให้มากขึ้น ทำแบบครบวงจร อีกอย่างควรมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ป้อนตลาด อย่างปัจจุบัน ทั่วโลกหันมาบริโภคแมลงมากขึ้น ไม่ใช่เฉพาะจิ้งหรีด แต่มีแมลงหลากหลายพันธุ์ที่กินได้ คนไทยถ้าอยากจะขยายตลาด นอกจากจะเลี้ยงเองแล้ว ยังต้องนำมาแปรรูปให้ได้มูลค่ามากขึ้น อย่างทำเป็นผงแมลง หรือนำผงแมลงมาทำไส้กรอก หรือขนมขบเคี้ยว เป็นต้น”น.ส.พิมพ์ชนกกล่าว

นอกจากนี้ ในด้านไบโอฮับ ยังตั้งเป้าหมายให้ไทยเพิ่มการผลิตและการใช้พลังงานทางเลือกให้มากขึ้น เช่น ไบโอดีเซล ที่ทำจากน้ำมันปาล์ม มันสำปะหลัง อ้อย เป็นต้น ซึ่งส่วนหนึ่งจะช่วยแก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำได้ หากมีความต้องการใช้มากขึ้น จากปัจจุบันที่ไทยใช้พืชเหล่านี้เพื่อการบริโภคมากกว่าการผลิตเป็นพลังงานทางเลือก แต่จะต้องมีการนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนให้กับเกษตรกร และผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (SMEs) ด้วย

น.ส.พิมพ์ชนกกล่าวว่า สำหรับภาคบริการ จะผลักดันให้ไทยเพิ่มมูลค่าจากการค้าและการส่งออกภาคบริการให้มากขึ้น โดยเฉพาะในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ เช่น การท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง , โลจิสติกส์ , การรักษาพยาบาล , สุขภาพและความงาม , ดิจิทัลคอนเทนต์ เป็นต้น ขณะเดียวกัน จะหาแนวทางเชื่อมการค้าสินค้าให้เข้ากับการท่องเที่ยว เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนในท้องถิ่นต่างๆ ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องให้เศรษฐกิจฐานรากขยายตัวได้มากขึ้น

“หากสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายทั้งหมด จะช่วยพัฒนาและยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรของไทยให้ดีขึ้นได้อย่างยั่งยืน ยกระดับชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกรไทย ทำให้ขายสินค้าได้ราคาดีขึ้น สินค้าไม่ล้นตลาด ราคาไม่ตกต่ำ และไทยยังจะมีสินค้าใหม่ๆ ที่เข้าสู่ตลาดมากขึ้น ที่สำคัญเป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม นำรายได้เข้าสู่ประเทศมากขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้อย่างยั่งยืนในอนาคต”น.ส.พิมพ์ชนกกล่าว

ดาวน์โหลดไฟล์เอกสาร


บริการออนไลน์จากกระทรวงพาณิชย์

BANNER จากสำนักงานพาณิชย์จังหวัด

    result=Array
  • result=Array
  • result=Array
  • result=Array
  • result=Array
  • result=Array
  • result=Array
  • result=Array

BANNER จากสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์